การถ่ายภาพบุคคล (Portrait)
มิถุนายน 16, 2009 by admin
Filed under Photography Story

การถ่ายภาพบุคคลนั้น แสงที่ใช้ในการถ่ายภาพบุคคลสามารถแบ่งได้ 2 ประเภทคือ แสงธรรมชาติและแสงประดิษฐ์ แสงธรรมชาตินั้นคือแสงจากดวงอาทิตย์ แต่ถ้าเป็นแสงประดิษฐ์คือแสงที่มนุษย์ได้ทำขึ้น เช่น แสงไฟในสตูดิโอ เป็นต้น สำหรับเทคนิคในการถ่ายภาพบุคคลด้วยแสงธรรมชาตินั้น สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
1. จงหลีกเลี่ยงฉากหลังที่มาแย่งความสนใจของบุคคล วัตถุในภาพควรเป็นเพียงส่วนประกอบเพื่อ
ให้บุคคลในภาพเด่นเท่านั้น เช่นภาพคนกำลังวาดภาพ แปรงสี, ภู่กันหรือจานสี ก็เป็นองค์ประกอบที่สร้าง
ความรู้สึกทั่วไปในภาพให้ผสมกลมกลืนกับบุคคลที่เป็นช่างศิลปในภาพฉากหลังที่มารบกวน เช่นกำแพง
อิฐ หรือสิ่งอื่นใดควรขจัดทิ้งไปซึ่งอาจจะทำได้หลายวิธี คือเปิดรูรับแสงให้กว้างๆเพื่อให้ภาพมีความชัดลึก
น้อย หรือเราจะจัดฉากหลังให้เป็นกลางโดยใช้ท้องฟ้าเป็นฉากหลังพยายามจัดตัวแบบให้อยู่บนเนินหรือ
กำแพง เพื่อเปิดโอกาสให้ถ่ายภาพมุมต่ำได้ หรือแม้แต่พื้นดินหรือสนามหญ้าฯลฯ ก็ใช้เป็นฉากหลังเรียบๆ
โดยการถ่ายภาพมุมสูง คือกดกล้องให้ต่ำลง ถ้ามีวัตถุอื่นเป็นฉากหลังควรจัดเสียใหม่
2. ให้ตัวแบบทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อแก้ความเคอะเขินของตัวแบบ เช่นให้ถือของบางอย่าง เช่น
หนังสือช่อดอกไม้ เป็นต้น หรือบางสิ่งบางอย่างที่สามารถบอกลักษณะของบุคคลได้ พยายามถ่ายบุคคลให้
สัมพันธ์กับกิจกรรมที่เขาทำอยู่ เช่นเด็กกำลังเล่นของเล่นผู้หญิงกำลังจัดดอกไม้เป็นต้นในกรณีการถ่าย
ภาพเด็ก จำเป็นมากเพราะหากจู่ๆก็เข้าไปถ่ายภาพเด็กทันที เด็กไม่คุ้นเคยก็จะเกิดความตื่นกลัวไม่ยอมให้

ถ่ายหรือถ่ายได้ภาพที่ไม่เป็นธรรมชาติ ดังนั้นขณะกำลังถ่ายจึงควรแนะนำให้เด็กเล่นอะไรที่สนุก หรือหา
ของเล่นมาให้ จงปล่อยให้เด็กเป็นตัวของตัวเองแล้วค่อยจับอากัปกิริยาที่ต้องการมีข้อห้ามอยู่ 3 ข้อในการถ่าย
ภาพเด็กคือ
- อย่าให้แสงแดดส่องเข้าใบหน้าเด็กตรงๆจะทำให้เด็กมีนัยตาหยีและหน้าตาดูกร้านเกินวัย
- อย่าถ่ายภาพเด็กไกลเกินไป จะได้ภาพเล็กยากที่จะขยายให้ดีได้
- อย่าเลือกถ่ายตรงสถานที่ที่มีฉากหลังยุ่งเหยิง
3. ในการถ่ายภาพหมู่ที่เป็นการเป็นงาน ช่างภาพควร จัดให้นั่งหรือยืนกันเป็นแถวให้สวยงาม แต่ในกรณี
การถ่ายภาพโดยทั่วไปที่ไม่เป็นการเป็นงานนั้น ควรชวนให้ทุกคนมุ่งความสนใจไปสิ่งหนึ่งรวมกัน และ
ควรจัดตำแหน่งของคนในภาพให้ศีรษะผู้ที่เป็นแบบเรียงกันให้สวยงาม อย่าซ้อนกันเป็นเส้นตรงขนานกันไป
แต่ควรจัดแนวศีรษะอยู่ในรูปสามเหลี่ยมจะ ทำให้ภาพดูเด่นและน่าสนใจขึ้น
4.ในการให้แสงเพื่อแสดงลักษณะของบุคคล จัดลักษณะของแสงและทิศทางที่มาของแสงให้เหมาะ
กับวัตถุที่ถ่าย แสงกระจายนุ่มๆ และการให้แสงแบบแบนๆจะให้ความนุ่มนวลและเป็นความรู้สึกที่เหมาะ
สมกับวัตถุที่อยู่นิ่งๆ ให้อารมณ์หรือบรรยากาศเคร่งขรึมแสงจัด เป็นแสงหนักและให้ความรู้สึกเปิดเผย
แสงที่มาในแนวเฉียง เหมาะสำหรับบุคคลที่ให้อารมณ์และบรรยากาศตื่นเต้น พยายามหลีกเลี่ยงการถ่าย
ภาพในตอนเที่ยงวัน เพราะแสงแรงและจะเกิดเงาใต้ตาไม่สวยงามและอย่าพยายามบังคับให้ผู้ถูกถ่าย
หันหน้าเข้าดวงอาทิตย์ ควรใช้แสงแนวเฉียงเข้าเหนือศีรษะจะช่วยแยกผมออกจากผิวพื้น ภาพบุคคลจะเด่นขึ้น
การถ่ายภาพบุคคลโดยใช้แสงไฟประดิษฐ์หรือแสงไฟจัดถ่ายใน สตูดิโอนั้น เราจำเป็นต้องรู้
ไฟพื้นฐานที่ใช้ในการถ่ายภาพเสียก่อน ซึ่งไฟที่ใช้ในการถ่ายรูปมีอยู่ 4 ดวง คือ
1. แสงหลัก เป็นแสงที่จะสว่างที่สุดบนสิ่งถูกถ่าย เนื่องจากในแสงธรรมชาติปกติมักจะมาจากทางด้าน
บนดังนั้นแสงหลักจึงมักนิยมที่จะวางไว้เหนือสิ่งที่ถูกถ่ายและส่องสว่างลงมาเฉียงด้านหน้า สำหรับการ
ถ่าย protrait นั้น จะวาง Key light เอาไว้ให้ทำมุมกล้องประมาณ 45 องศา ทางด้านซ้ายหรือด้านขวา
ของกล้องและวางมุมประมาณ 40-60 องศา เหนือศีรษะ บางครั้งการจัดแสง Key light ถ่ายภาพบุคคล
ก็จะทำให้นุ่มขึ้นและเกิดเงาน้อย โดยใช้แผ่นสะท้อนแสงการถ่ายภาพวัตถุให้ถูกสิ่งที่ถูกถ่ายเห็นรูปทรง
ลวดลายหรือ พื้นผิวของวัตถุมักจะวาง Key light ไว้ด้านบนเฉียงวัตถุนั้นตำแหน่งนี้บางทีเรียกว่า Key
backlighting
2. แสงเสริมหรือแสงส่วนเงา เป็นแสงที่ใช้ลบเงาซึ่งเกิดจากแสงหลัก เพิ่มรายละเอียดในส่วนเงาให้มาก
ขึ่น ทำให้เห็นวัตถุเพิ่มขึ้นเป็น 3 มิติ โดยทั่วไปมักใช้แหล่งของแสงที่เป็น diffuse lightเช่นใช้แสงสะท้อน
หรือไฟร่มตำแหน่งที่วางไฟเสริมนี้ตามปกติมักวางเอาไว้ข้างกล้องด้านตรงข้ามกับแสงหลักและอยู่ระดับ
เดียวกับกล้องต้องระวังไม่ให้เกิดเงาซ้อนขึ้นอีกเงาหนึ่ง ควรทดลองเลื่อนหาตำแหน่งที่เหมาะสมให้มีความ
เข้มของแสงตามที่ต้องการ ส่วนที่เป็นเงามืดนี้จะมีความสว่างมากหรือน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับผู้ที่ต้องการให้
อัตราส่วนของแสงส่วนเงากับความสว่างของแสงหลักเป็นเท่าใด และถ้าหากต้องการให้แสงสว่างส่วนเงา
มีความสว่างมากน้อยก็ใช้วิธีเลื่อนดวงไฟให้อยู่ใกล้หรือไกลออกไปหรือใช้กระดาษบังไฟให้อ่อนลง
3. แสงแยกหรือแสงเน้นรูปทรง เป็นแสงที่ใช้เพิ่มเติมในการถ่ายภาพในสถานที่เพื่อช่วยให้เห็นรูปทรงของ
วัตถุเพิ่มมิติที่สามด้านความลึกและช่วยให้แยกวัตถุให้เด่นออกมาจากฉากหลัง ปกติมักตั้งไฟไว้ในทิศทาง
ตรงกันข้ามกับ Keylight ในมุมสูง เฉียงหลัง และส่องเป็นบริเวณเฉพาะจุดเท่านั้นแสงแยกที่เรียกกันทั่วๆ
ไปอีกอย่างหนึ่งก็คือ hair light โดยใช้ไฟขนาดเล็ก มีขาตั้งส่องในบริเวณของผู้ที่ถูกถ่าย ทำให้เกิด hair
light ขึ้นที่บริเวณผมและไฟล่ด้านข้าง ข้อที่ควรระวังก็คือ จะต้องไม่ให้แสง hair light ไปตกบริเวณใบหน้า
ทำให้เกิด highlight ปรากฏที่ใบหน้าอีกแห่งหนึ่งถ้าจัดดวงไฟ spot light วางไว้ด้านหลังค่อนไปข้างบน
ของผู้ที่ถูกถ่ายหรือหลังศีรษะจะทำให้เกิดแสง highlight ที่ขอบเรียกว่า backlight หรือ kicker ข้อควร
ระวังอีกประการหนึ่งคือ เมื่อใช้แสงแยกจะทำให้เครื่องวัดแสงอ่านค่าผิดไป ทำให้การถ่ายภาพ under
exposure ในส่วนของ key & fill light ดังนั้นเมื่อวัดแสงไม่ควรเปิดไฟแสงแยก
4. แสงพื้นหลัง ใช้แสงจากหลอดไฟขนาดเล็กวางระหว่างวัตถุกับฉากหลัง เพื่อให้ฉากหลังสว่างขึ้นตาม
ปริมาณแสงที่ต้องการ เพื่อแยกวัตถุจากพื้นหลัง ข้อระวังคือ ไม่ควรให้มองเห็นดวงไฟในกล้องแบบของการ
จัดไฟถ่ายภาพบุคคลความสว่างของไฟหลักมี 3 แบบ คือ
1) จัดลำแสงให้กว้าง ( Broad lighting )ให้แสงเต็มใบหน้าด้านที่หันเข้าหากล้อง มักใช้ถ่ายกับคน
ที่หน้าแคบ จะมีปริมาณแสงในส่วนhighlight ที่หน้าประมาณ 4 ส่วน และบริวณ shadow 1 ส่วน
2) จัดให้ลำแสงแคบ (Short lighting หรือ Narrow ) ให้แสงเต็มบริเวณใบหน้าที่หันหนีจากกล้อง
ใช้กับคนใบหน้ากว้างหรือรูปไข่ จะมีปริมาณแสงในส่วน highlight ประมาณ 1/4 ส่วน และในบริเวณ
shadow 3/4 ส่วน
3) จัดให้เกิดเงารูปผีเสื้อใต้จมูก ( Butterfly lighting ) วางไฟหลักไว้ด้านบน เมื่อฉายแสงตรงๆ
ลงด้านหน้า จะเห็นเงาใต้จมูกเป็นรูปผีเสื้อ เหมาะสำหรับคนใบหน้ารูปไข่
10 เทคนิคการถ่ายภาพภูเขา
มีนาคม 22, 2009 by admin
Filed under Photography Story
อลังการแห่งขุนเขา

ตั้งแต่การถ่ายภาพได้ถือกำเนิดขึ้น กล้องกับการเดินทางคล้ายเป็นของคู่กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โลกอันกว้างใหญ่ไพศาลมีหลากหลายเรื่องราวให้นักเดินทางได้ค้นหา และช่างภาพก็เป็นหนึ่งในผู้บันทึกเรื่องราวเหล่านั้นลงสู่ภาพถ่าย ตั้งแต่แมลงตัวเล็กๆ ไปจนถึงมหาสมุทรอันแสนกว้างใหญ่ และหนึ่งในสิ่งที่ช่างภาพนักเดินทางทั้งหลายชื่นชอบคงจะหนีไม่พ้นภูเขาตระหง่านตระการตา อันแสดงถึงความยิ่งใหญ่อลังการในภาพถ่ายได้เป็นอย่างดี เทคนิคในการถ่ายภาพภูเขาก็มีอยู่มากมายหลายประการ แต่ครั้งนี้ได้รวบรวมหัวใจสำคัญที่จะทำให้สามารถสร้างผลงานถ่ายภาพภูเขาได้อย่างสวยสดงดงามไว้ด้วยกัน 10 ข้อ ลองอ่านดูแล้วจะพบว่าภาพถ่ายภูเขาที่สะกดผู้ชมมานักต่อนัก คุณเองก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน

1. วางแผนและค้นคว้า ก่อนออกเดินทาง ช่างภาพควรใช้เวลาสักนิดในการค้นคว้าหาข้อมูล ทำความรู้จักกับที่ๆ จะไปให้ดีเสียก่อน เพื่อเป็นการวาง แผนการเดินทางให้คุ้มค่าและใช้เวลาได้อย่างเกิดประโยชน์มากที่สุด เช่น พระอาทิตย์ขึ้นและตกในตำแหน่งใด ช่างภาพจะได้อยู่ถูกที่ถูกเวลาและรู้ทิศ ทางของแสง ว่าช่วงเช้า ช่วงบ่าย และช่วงเย็นจะไปถ่ายภาพในตำแหน่งใด ก่อนหรือหลัง ถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกยังจุดใด ซึ่งจะทำให้ช่างภาพสามารถวางแผนใช้ช่วงเวลาของแสงได้อย่างเต็มที่ตลอดทั้งวัน รวมทั้งฤดูกาลที่เหมาะสมเช่น ฤดูร้อน ฤดูฝน หรือฤดูหนาว

2. ใช้ผลจากการถ่ายภาพระยะไกลด้วยเลนส์เทเลโฟโต้ การถ่ายภาพวิวทิวทัศน์หรือภูเขาไม่จำเป็นต้องใช้เลนส์มุมกว้างเสมอไป เลนส์เทเลโฟโต้ก็สามารถนำมาถ่ายภาพวิวได้เช่นกัน แถมยังให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไป ช่างภาพอาจใช้เลนส์เทเลโฟโต้ในการถ่ายภาพเพื่อเน้นเฉพาะส่วนที่น่าสนใจซึ่งจะส่งผลต่อความรู้สึกและมีพลังในภาพมากยิ่งขึ้น การใช้รูรับแสงถ้าต้องการให้วัตถุภายในภาพชัดเจนทุกส่วนก็ควรใช้รูรับแสงแคบ เช่น F22 หรือ F32 แต่ปัญหาที่ตามมาคือความเร็วชัตเตอร์ต่ำต้องใช้ขาตั้งกล้องที่มั่นคงแข็งแรงและใช้ร่วมกับสายลั่นชัตเตอร์ทุกครั้ง หากไม่มีก็ใช้ระบบตั้งเวลาถ่ายภาพอัตโนมัติก็ได้

3. มองหาการสะท้อน ช่างถ่ายภาพภูเขามืออาชีพมักขวนขวายและเสาะหาบางสิ่งบางอย่างที่เหนือกว่าและน่าสนใจเพิ่มเติมลงในภาพ เพื่อให้ได้ผลงานที่แตกต่างไปจากภาพผลงานแบบเก่าๆ ภูเขาลูกเดียวกันแต่อาจเปลี่ยนมุมมองด้วยการส่งภูเขาลงสู่ทะเลสาบหรือหนองน้ำที่กว้างใหญ่ ทำให้เกิดเป็นภาพสะท้อนขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ภาพถ่ายมีความน่าสนใจและเพิ่มเรื่องราวให้กับภาพได้เป็นอย่างดี

4. สร้างภาพให้มีมิติ ช่างภาพควรมองหาส่วนประกอบสำคัญที่สามารถเติมเต็มพื้นที่ในภาพนอกเหนือจากตัวภูเขาอันจะส่งผลทำให้เกิดความ ต้องตาต้องใจมากยิ่งขึ้น เช่น การหาวัตถุที่น่าสนใจรวมเข้าเป็นฉากหน้า อาจจะเป็นเงาดำของต้นไม้ใหญ่ ทุ่งดอกไม้ น้ำตก หรือแม้แต่บรรยากาศในตัวมันเองเป็นต้น ทำให้เกิดมิติที่แตกต่างกันในส่วนที่อยู่ใกล้และฉากหลังที่อยู่ไกลออกไป ภาพในลักษณะนี้ภูเขาอาจเป็นส่วนสำคัญรองลงไปกว่าฉากหน้าก็ได้ เพราะอย่างไรเสียภูเขาก็ยังคงเป็นบรรยากาศที่น่าสนใจในภาพอยู่ดี

5. มองจากมุมที่สูงกว่า เป็นเรื่องง่ายและเบสิคมาก สำหรับการถ่ายภาพภูเขาจากระดับพื้นดิน สิ่งที่จะทำให้ภาพเร้าอารมณ์มากขึ้นคือ การขึ้นไต่ขึ้นไปสู่ที่สูงแล้วบันทึกโลกจากมุมมองที่เหนือกว่า นำเสนออีกทิศทางหนึ่งของภูเขาที่แตกต่างออกไป ช่างภาพต้องใช้ความพยายามมากสักหน่อยกว่าจะได้มุมมองดังกล่าว อาจต้องเดินทางขึ้นเขากันเป็นวันๆ แต่รับรองว่าคุ้มค่ากับสิ่งที่จะได้กลับมาอย่างแน่นอน ทั้งภาพถ่ายและความรู้สึก ช่างภาพอาจเพิ่มเรื่องราวในขณะเดินทางไต่เขาก็จะยิ่งเติมเต็มเนื้อหาให้กับภาพถ่ายภูเขามากยิ่งขึ้น

6. วางตำแหน่งโพลาไรซ์ให้ถูกทิศถูกทาง ช่างภาพส่วนใหญ่มักจะใช้ฟิลเตอร์ โพลาไรซ์เพื่อขับสีสันของท้องฟ้าให้เข้มข้นขึ้นในการถ่ายภาพวิว แต่การจะได้ภาพเป็นที่น่าสนใจไม่ได้จบแค่การใส่ฟิลเตอร์โพลาไรซ์แล้วถ่ายภาพวิวเท่านั้น ช่างภาพต้องเรียนรู้มุมสะท้อนของแสงอาทิตย์อันจะส่งผลให้ใช้ประโยชน์จากมุมโพลาไรซ์ได้ประสิทธิภาพสูงสุด และยังสามารถวางตำแหน่งของภูเขาในภาพได้อย่างถูกต้อง โดยมุมที่ตั้งฉากกับดวงอาทิตย์จะเกิดผลในการใช้ฟิลเตอร์ชนิดนี้มากที่สุด การใช้งานให้ปรับมุมฟิลเตอร์พร้อมกับสังเกตความเปลี่ยนแปลงจากช่องมองภาพโดยเลือกเอาตำแหน่งการปรับฟิลเตอร์ที่เห็นว่าได้ภาพดีที่สุด

7. หมอกและแสงหลัง สิ่งอันเป็นความปรารถณาของผู้รักการถ่ายภาพหุบเขาทั้งหลายคงหนีไม่พ้นทะเลหมอก ที่ช่างภาพ ต้องขนอุปกรณ์เป็นระยะทางไกลขึ้นสู่ไหล่เขาสูงจนได้ระดับ แต่นั่นก็คุ้มค่าเพราะช่างภาพสามารถใช้ความลี้ลับของทะเล หมอกทำให้ภูเขามีความลึกลับน่าค้นหาได้เป็นอย่างดี ยิ่งยามใดที่ปรากฏทะเลหมอกขึ้นยังบริเวณหุบเขาและมีแสงส่องเข้ามาทางหลัง จะส่งผลให้ภาพหุบเขาเกิดเป็นเงาดำทึบตัดกับผืนหมอกที่กำลังสะท้อนแสงแลดูสวยงามจับใจ

8. รวมคนเข้าไปในภาพ การแสดงสัดส่วนและขนาดเป็นสิ่งสำคัญในภาพถ่ายแทบทุกประเภท ในการถ่ายภาพภูเขาบางครั้งอาจใช้ต้นไม้ หรือก้อนหินเป็นส่วนประกอบ แต่ในบางโอกาสช่างภาพก็ไม่สามารถที่จะหาบางสิ่งบางอย่างมาใช้ทดแทนเพื่อบอกขนาดอันใหญ่โตของภูเขาและทิวทัศน์ที่กว้างไกลได้เลย การรวมคนเข้าไปในภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญในยามที่ต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเช่นนี้ แถมยังเพิ่มความน่าสนให้กับภาพรวมทั้งบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางได้อีกด้วย

9. มองหาและเข้าใกล้ เพื่อที่จะช่วยสร้างความรู้สึกชัดลึกให้เกิดขึ้นในภาพวิวทิวทัศน์ ช่างภาพควรมองหาวัตถุที่อยู่ในระยะใกล้วางเคียงคู่ประกอบกับภูเขาเข้าในภาพ อาจเป็นดอกไม้ น้ำตก หรือก้อนหินในบริเวณนั้นก็ได้ เพื่อที่จะเพิ่มจุดสนใจและสร้างความแตกต่างของสัดส่วนให้เกิดขึ้นกับภูเขา ช่วยเน้นให้เห็นระยะทาง และเป็นการเร้าอารมณ์ความรู้สึกให้เกิดขึ้นต่อภาพภูเขาได้ดีอีกลักษณะหนึ่งเช่นกัน แต่ต้องระมัด ระวังเรื่องระยะชัดลึกของภาพให้ดี หากมีสิ่งที่อยู่ใกล้กล้องมากๆ ต้องใช้รูรับแสงแคบเพื่อให้ได้ภาพที่มีระยะชัดลึกสม่ำเสมอทั่วทั้งภาพ

10. ตื่นแต่เช้าตรู่ แสงในช่วงบ่ายต้องถือเป็นช่วงที่พระอาทิตย์ส่องแสงดั่งต้องมนต์มายา เพราะเป็นช่วงที่ให้แสงอบอุ่น ซึ่งช่างภาพนำมาใช้ประโยชน์ในการถ่ายภาพได้เป็นอย่างดี แต่ยังมีแสงอีกช่วงหนึ่งที่ทรงคุณค่าไม่แพ้กันนั่นก็คือแสงพระอาทิตย์ในช่วงเช้าตรู่ ด้วยสีฟ้าบริเวณชั้นบรรยากาศอันห่างไกล และแสงสีชมพูบนท้องฟ้า เมื่อสองสีรวมเข้าด้วยกันประกอบกับภูเขาเบื้องล่าง ทำให้ภาพที่ออกมากลายเป็นภาพภูเขาที่งดงาม ให้ความรู้สึกบางเบาและสงบเงียบ ช่างภาพภูเขาจึงควรใช้ช่วงเวลานี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ปล่อยให้สูญเปล่ากับการพักผ่อนหลับนอน
เรื่อง : กำพล โอภาศกุล
ภาพ : ประสิทธิ์ จันเสรีกร


